‘เกาหลีใต้’ เตรียมยกระดับคุมเข้มสูงสุดใน ‘โซล’ 2 สัปดาห์ หลังยอดป่วยโควิดยังพุ่งไม่หยุด

รัฐบาลเกาหลีใต้เตรียมประกาศยกระดับมาตรการควบคุมโรคขั้นสูงสุดในพื้นที่กรุงโซลและเมืองใกล้เคียงเป็นเวลา 2 สัปดาห์โดยจะเริ่มตั้งแต่วันจันทร์ (12 ก.ค.) หลังยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายวันพุ่งทุบสถิติใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KDCA) ยืนยันยอดผู้ติดเชื้อใหม่ 1,316 ราย จนถึงเที่ยงคืนวันพฤหัสบดี (8) เพิ่มจาก 1,275 รายในวันก่อนหน้า ขณะที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขอาวุโสออกมาเตือนแล้วว่าตัวเลขผู้ป่วยรายวันอาจเพิ่มขึ้นเท่าตัวภายในสิ้นเดือน ก.ค.

สำหรับมาตรการที่ภาครัฐเตรียมนำมาใช้คือการแนะนำให้ประชาชนอยู่บ้านให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ปิดสถานศึกษา จำกัดการรวมตัวในที่สาธารณะไม่เกิน 2 คนหลังเวลา 18.00 น. และให้งดเว้นกิจกรรมรณรงค์ หรืออีเวนต์อื่นๆ ทุกประเภท

ไนต์คลับและบาร์จะถูกปิดชั่วคราว ส่วนร้านอาหารและคาเฟ่ต้องจำกัดจำนวนคนนั่งในร้าน และให้จำหน่ายแบบซื้อกลับบ้านเท่านั้นหลังเวลา 22.00 น.

“เฉพาะในกรุงโซลที่เดียวก็มีผู้ติดเชื้อเกิน 500 คนมา 3 วันติดแล้ว” นายกรัฐมนตรีคิม บู-คยุม แถลงต่อที่ประชุมเจ้าหน้าที่รัฐบาล “การติดเชื้อใหม่ราวๆ 4 ใน 5 เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงโซล”

แม้มาตรการควบคุมโรคขั้นที่ 4 ซึ่งถือว่าเข้มงวดสูงสุดจะถูกบังคับใช้ในวันจันทร์ที่ 12 ก.ค. แต่ คิม ขอร้องให้ประชาชนงดพบปะสังสรรค์ส่วนตัวกันตั้งแต่วันนี้ (9) เป็นต้นไป

ขณะเดียวกัน นโยบายที่ภาครัฐประกาศเมื่อต้นปีว่าอนุญาตให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสสามารถรวมตัวในที่สาธารณะโดยไม่ต้องสวมหน้ากาก ให้ถูกระงับใช้ชั่วคราวในช่วง 2 สัปดาห์นี้

ปัจจุบันมีชาวเกาหลีใต้ที่ฉีดวัคซีนครบ 2 โดสแล้วเพียงราวๆ 10% จากประชากรทั้งหมด 52 ล้านคน และ 30% ฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดส ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัยที่อายุเกิน 60 ปี

รัฐบาลโสมขาวกำหนดเป้าหมายฉีดวัคซีนอย่างน้อย 1 โดสให้ครอบคลุมประชากรถึง 70% ภายในเดือน ก.ย. และหวังว่าจะสร้าง “ภูมิคุ้มกันหมู่” ในประเทศก่อนเดือน พ.ย.นี้

ยอดผู้ติดเชื้อสะสมในเกาหลีใต้จนถึงขณะนี้อยู่ที่ 165,344 คน และมีผู้เสียชีวิต 2,036 คน